Monday, 6 April 2009

คำประกาศเยาวชนอาเซียน

พวกเราเยาวชนจากกลุ่มประเทศอาเซียน---เยาวชนจากองค์กรต่างๆในแปดประเทศ (กัมพูชา อินโดนีเซีย สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สหภาพพม่า มาเลเซีย ฟิลลิปปินส์ ไทย และเวียตนาม รวมทั้งเกาหลี) พวกเราต้องการสื่อสารข้อเรียกร้องในฐานะตัวแทนเยาวชน คนรุ่นใหม่ผู้สืบทอดแห่งอนาคต

พวกเรามารวมตัวกันที่กรุงเทพ ระหว่างวันที่ ๑๖-๑๙ กุมภาพันธุ์ ๒๕๕๒ เพื่อเรียนรู้แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับอาเซียน และประเด็นต่างๆรวมทั้งข้อกังวลที่เรากำลังเผชิญอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียน ภูมิภาคอาเซียน และพวกเราเยาวชน พวกเราร่วมกันแลกเปลี่ยนในประเด็นที่กำลังดำเนินงานกันอยู่ไม่ว่าจะเป็น การจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ การสร้างสันติสุข สิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตย การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ความมั่นคงทางอาหาร โลกาภิวัตน์ และความสุขมวลรวมประชาชาติ

พวกเรายืนยันความเป็น ตัวตนร่วมกัน ในฐานะเยาวชนอาเซียน เชื่อมร้อยด้วยความมุ่งหวังในฐานะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน พวกเรารวมตัวกันในฐานะเยาวชนซึ่งมีเจตน์จำนงเดียวกันเพื่อประเทศของเรา ภูมิภาคของเรา และประชาชนของเรา พวกเราเฉลิมฉลองความหลากหลายของรากเหง้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความเข้มแข็ง และเป็นรากฐานของการสมานฉันท์และความเป็นเอกภาพแห่งอาเซียน

พวกเรา เยาวชนแห่งอาเซียน ขอยืนยันว่า :

# ในขณะที่อาเซียนกำลังก้าวสู่ความเป็นองค์กรที่เป็นทางการแห่งรัฐ อาเซียนต้องปรับตนเองและเคลื่อนตัวสู่องค์กรและกลไกที่มีมาตรฐานสูง ที่ทำหน้าที่ส่งเสริมสวัสดิการของประชาชน มาตรฐานและกลไกดังกล่าวต้องการการดำเนินการที่เหมาะสมและจริงจังเพื่อให้ คำพูดและความคิดต่างๆเป็นจริงขึ้นมาได้


#อาเซียนในฐานะองค์กรระดับภูมิภาค ต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับรูปแบบการกดขีดประชาชนในภูมิภาคทุกรูปแบบ ประชาชนผู้ซึ่งต้องอดทนกับการลดลงของเสรีภาพอีกทั้งยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบและระดับที่แตกต่างกัน

#อาเซียน เพื่อจะก้าวสู่สังคมเกื้อกูลอย่างแท้จริง จะต้องตั้งอยู่บนกรอบคิดเรื่องสิทธิมนุษยชน การพัฒนาที่ยั่งยืน และการสร้างสันติภาพ

#อาเซียนและกลุ่มประเทศสมาชิกต้องตระหนักและให้การสนับสนุนบทบาทและการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการพัฒนาด้านสังคม ในระดับชุมชน ประเทศและระหว่างประเทศ

#พวกเรามีพันธะสัญญาในการทำงานร่วมกันในฐานะเยาวชนในภูมิภาคอาเซียน และการก่อรูปของปัจเจกและเครือข่ายองค์กรต่างๆซึ่งจะเข้าร่วมกิจกรรม ประเด็นต่างๆในฐานะเยาวชน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเราขอเสนอข้อเสนอซึ่งมาจากการประชุมกลุ่มย่อยของเยาวชน ๕ กลุ่มย่อย ดังต่อไปนี้:

ประเด็นสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

1. พวกเราขอเรียกร้องให้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม (ASEAN Senior officials on the Environment--ASOEN) ทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม (องค์กรพัฒนาเอกชน, องค์กรมวลชนและองค์กรอิสระ) อย่างโปร่งใส ในการสร้างแรงกดดันให้แก่กลุ่มทุนซึ่งจะต้องดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและกำกับต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในโครงการต่างๆและกระบวนการผลิตที่อยู่บนฐานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างแท้จริง

2. พวกเราเสนอให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมจัดทำมาตรฐานสำหรับกลุ่มประเทศสมาชิกในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความตระหนัก เพื่อนำสู่การพัฒนาอาชีพ ทางเลือกและการจัดการทรัพยากรอย่างมีส่วนร่วม


3. พวกเราขอเรียกร้องให้รัฐบาลในกลุ่มประเทศอาเซียนบังคับใช้นโยบายเศรษฐกิจที่สมดุลและเอื้อกับระบบนิเวศ สังคมและวัฒนธรรม ซึ่งจะนำสู่การปรับปรุงสิทธิของคนท้องถิ่นในการเข้าถึงและจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนฐานความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น

ประเด็นสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

1. พวกเราต้องการองค์กรสิทธิมนุษยชนอาเซียนที่เป็นอิสระจากรัฐบาล เพื่อให้เกิดกระบวนการสืบสวนในประเด็นละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เป็นธรรม ไม่ลำเอียง ในกลุ่มประเทศอาเซียน
2. พวกเราเรียกร้องให้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนต้องปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของเยาวชนและนักศึกษา (ตัวอย่างเช่น สิทธิในการรวมตัวและรณรงค์ในเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิในการก่อตั้งองค์กรนักศึกษา เพื่อประกาศสิทธิเสรีภาพในความเชื่อและการมีส่วนร่วมทางการเมือง เพื่อแสดงออก เพื่อการรวมตัวกันอย่างสันติ เพื่อการเข้าถึงทางการศึกษา เสรีภาพทางวิชาการ เพื่อสัมมาอาชีพ และเพื่อสิทธิด้านการศึกษา)
3. พวกเราเรียกร้องให้อาเซียนและประเทศสมาชิกปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ ซึ่งต้องการการมีส่วนร่วมของประชาชนจำนวนมากอย่างเป็นประชาธิปไตย

ประเด็นโลกาภิวัตน์และความสุขมวลรวมประชาชาติ

1. เราเรียกร้องให้อาเซียนส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการจัดทำนโยบายและการตัดสินใจทางนโยบายนอาเซียน

(ก) อาเซียนต้องสนับสนุนการก่อตั้งเครือข่ายเยาวชน การแลกเปลี่ยนและความสมานฉันท์ของเยาวชน
(ข) อาเซียนและประเทศสมาชิกต้องส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมอาสาสมัครเยาวชน

2. พวกเราเรียกร้องให้อาเซียนเสริมความเข้มแข็งและส่งเสริมการให้ความเคารพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม

(ก) อาเซียนต้องส่งเสริมและสนับสนุนทางเลือกทางการศึกษาและหลักสูตรความรู้ท้องถิ่น
(ข) อาเซียนต้องสนับสนุนนโยบายประชาชนเป็นศูนย์กลางและเพิ่มงบประมาณสวัสดิการสังคมสำหรับเยาวชน
(ค) อาเซียนต้องส่งเสริมและสนับสนุนกิจการ/การริเริ่มของเยาวชนแบบยั่งยืน
(ง) อาเซียนต้องส่งเสริมและปกป้องตลาดสินค้าท้องถิ่นจากผลกระทบจากโลกาภิวัติน์ที่มีต่อการผลิตอาหาร
(จ) อาเซียนต้องคุ้มครองคนงานเยาวชนจากการกดขี่อันสืบเนื่องจากโลกาภิวัตน์

ประเด็น การสร้างสันติภาพ

พวกเราเชื่อว่าความพยายามของอาเซียนในการสร้างสันติภาพจะต้องอยู่บนฐานกรอบคิดสิทธิมนุษยชน

- อาเซียนต้องส่งเสริมและจัดตั้งเครือข่ายเยาวชนสำหรับการสร้างและการศึกษาด้านสันติภาพ (หลักสูตรที่กระตุ้นให้เยาวชนตระหนักและให้ความเคารพทัศนะมุมมองที่หลากหลาย)
- อาเซียนต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของประชาชนในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชน เพื่อการสร้างอนาคตและการเคารพในการกำหนดตนเองในทุกระดับ
- บทบาทของอาเซียนต้องควบคุมการแทรกแซงในเรื่องการทหารและการค้าเสรีของต่างชาติ อาเซียนต้องยืนยันความเป็นประเทศและภูมิภาคในจัดการกิจการภายในอย่างสันติ

ประเด็นการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ

เพื่อเป็นการตอบสนองต่อเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติในพื้นที่และผลกระทบจากอาเซียน ในฐานะประชาชนอาเซียน พวกเรานำเสนอข้อเสนอดังนี้

• สำหรับการดำเนินงานของชุมชนทางด้านสังคมและวัฒนธรรม ควรจะมีโครงการสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมและการศึกษาแก่ประชาชนในระดับรากหญ้า
• การดำเนินการด้านเศรษฐกิจ ควรจะมีการจัดทำมาตรฐานสำหรับการประเมินผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสังคม
• เพื่อเสริมความเข้มแข็งในกิจกรรมของเจ้าหน้าที่อาเซียนระดับสูง ต้องให้ความสำคัญกับภาคประชาสังคม มากกว่าระดับรัฐมนตรี และทบทวนข้อตกลงว่าด้วย “การไม่แทรกแซงในกิจการภายในประเทศสมาชิก” ซึ่งเป็นตัวกีดกันการดำเนินงานตามกลไกการทำงานของอาเซียน

๒๒ กุมภาพันธุ์ ๒๕๕๒
กรุงเทพมหานคร
ประเทศไทย


องค์กรร่วมจัด : มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม, มูลนิธิชีวิตไท, เซียก้า, แอคชั่นเอด ประเทศไทย และเครือข่ายเยาวชนสืบสานภูมิปัญญา


ติดต่อประสานงาน: ๔๐๙ ซอยโรหิตสุข ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ห้วยขวาง กรุงเทพ ๑๐๓๒๐ ประเทศไทย โทรศัพท์ ๐๒-๖๙๑-๐๔๓๗-๙; www.thaivolunteer.org

ค่ายเยาวชนอาเซียน : พลังเยาวชนกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

กมล หอมกลิ่น เครือข่ายเยาวชนอาเซียน

ค่ายเยาวชนที่จัดขึ้น ณ สภาคริสตจักรแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 16 – 19 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นการรวมตัวกันของเยาวชนจากหลายประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ประเทศไทย และเกาหลีใต้ ทั้งนี้เพื่อที่จะให้เยาวชนมีบทบาทสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวคิดและเตรียมประเด็นยื่นข้อเสนอต่อผู้นำอาเซียนในการที่เข้าไปมีส่วนร่วมของพลเมืองเยาวชนภาคประชาชน


เยาวชนที่เข้าร่วมมีประมาณ 90 คน ทั้งนี้เป็นการจัดค่ายเพื่อให้เยาวชนจากหลากหลายประเทศได้แลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์การทำงานจากพื้นที่ของแต่ละประเทศ ประเด็นหลักที่มีการพูดคุยกันมีอยู่ 5 ประเด็น คือ วิกฤติอาหาร สันติภาพ การจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ผลกระทบโลกาภิวัตน์และการจัดการภัยพิบัติธรรมชาติ

เรื่องใหญ่โตในแต่ละประเด็นที่กล่าวมาในเบื้องต้นถึงแม้ในใจแต่ละคนที่เข้าร่วมงานจะมีพลังฮึกเหิมเพราะได้รับแรงประทะจากการกดดันของภาครัฐโดยเฉพาะเยาวชนที่มาจากพม่าที่มีปัญหาด้านการเมืองและการละเมิดอธิปไตยส่วนบุคคล แต่ในอีกมุมหนึ่งเยาวชนที่เข้าร่วมงานก็สามารถสร้างรอยยิ้มให้เกิดขึ้นในค่ายได้
เสียงเพลงอาเซียนดังขึ้นพร้อมกับจังหวะดนตรีเบาๆจากนั้นจึงเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองของแต่ละคนซึ่งได้มีการแบ่งกลุ่มพูดคุยตามประเด็นที่ได้กล่าวมาเบื้องต้น สิ่งที่เยาวชนสะท้อนออกมาในเชิงรูปธรรมคือ การอยากให้ภาครัฐเห็นความสำคัญของภาคประชาชนและการเข้าใจวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตของแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้เรื่องการศึกษาก็เป็นสิ่งที่เยาวชนนำเสนอเพราะมองว่าระบบการศึกษาปัจจุบันไม่ตอบสนองต่อชุมชนและการดำรงชีวิต


นอกจากนี้สิ่งที่เยาวชนให้ความสำคัญคือเรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยโดยเฉพาะการละเมิดสิทธิในพม่ารวมทั้งปัญหาสามจังหวัดชายแดนในภาคใต้ของประเทศไทยที่ยังคงมีปัญหารุนแรง เยาวชนมองว่าหลายอย่างเกิดจากความไม่เข้าใจของภาครัฐและผู้นำแต่ละประเทศที่มุ่งเน้นไปที่เรื่องการพัฒนาด้านเศรษฐกิจจนลืมมองปัญหาระดับบุคคลและชุมชน อีกทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมก็เป็นเรื่องที่หยิบยกขึ้นมาพูดคุยกัน
นาย Pham Tran Thang Long เยาวชนเวียดนาม จากสถาบัน Tradition and Development Research Institute ในเมืองฮานอยของเวียดนาม กล่าวว่าการเข้าค่ายครั้งนี้ได้มีโอกาสพูดคุยเนื้อหาที่เป็นรายละเอียดเชิงลึกของแต่ละประเทศในแถบอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของเยาวชนในกระบวนการพัฒนาอาเซียนและอีกทั้งมีโอกาสได้พูดและฝึกกระบวนการทำงานที่เป็นประเด็นร่วมในระดับภูมิภาคซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องตระหนักว่าทุกอย่างเป็นปัญหาร่วมกันไม่เฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่งแต่จำเป็นต้องทำร่วมกัน เช่น การจัดการทรัพยากรและนโยบายด้านพลังงาน เพราะแต่ละคนใช้ทรัพยากรในจำนวนที่มาก ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เกิดผลกระทบเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมแต่ยังรวมถึงผลกระทบต่อเรื่องเศรษฐกิลและวัฒนธรรม โดยเฉพาะสำหรับประเทศในแถบภูมิภาคที่มีความยากจน


นางสาว Si Phoung เยาวชนจากประเทศพม่าจาก Earthrights International and International Accountability Project กล่าวว่าประเด็นในพม่าที่เป็นปัญหามากที่สุดตอนนี้คือการละเมิดสิทธิ์ทั้งในระดับบุคคลและส่วนรวม โดยเฉพาะเรื่องโครงการสร้างเขื่อนต้าซางอยู่ที่จังหวัดเมิงโต๋นทางตอนใต้ของรัฐฉานติดกับชายแดนไทยกั้นแม่น้ำสาละวิน ซึ่งก่อให้เกิดการอพยพผู้คนจากพื้นที่ประมาณ 300,000 คน นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1996 ซึ่งเป็นช่วงการเริ่มเจรจาที่จะมีแผนการสร้างเขื่อน โครงการนี้เป็นโครงการร่วมมือจากรัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่าในการทำสัญญาร่วมกัน ซึ่งชาวบ้านที่โดนอพยพไม่ได้รับค่าชดเชยใดๆจากรัฐบาล รวมทั้งกลุ่มทหารที่เป็นหน่วยงานที่จัดการด้านการคุ้มกันยังรังแกข่มเหง มีการละเมิดข่มขืนถึงขนาดบางรายโดนเข่นฆ่า ชาวบ้านที่ถูกอพยพกระจัดกระจายไปอยู่ตามที่ต่างๆ เช่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จ.แม่ฮ่องสอน บางส่วนก็อาศัยอยู่ในป่าในแถบชายแดนไทยพม่าซึ่งกลายเป็นคนเถื่อน ทั้งนี้ไม่รวมเขื่อน 5 เขื่อนในเขตลุ่มน้ำสาละวินที่ก่อผลกระทบต่อระบบนิเวศและผู้คน


เสียงสะท้อนที่เยาวชนร่วมกันแลกเปลี่ยนเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกคนได้รับผลกระทบแต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังมีรอยยิ้มเพราะหวังลึกๆ ว่าปัญหาในหลายๆประเด็นจะได้รับการแก้ไข อย่างน้อยก็เหมือนนกค่อยๆขยับปีกเพื่อโบยบินถึงแม้บางทีอาจมีลมแรงมาต้านทานแต่กระนั้นการเดินทางก็ยังไม่จบสิ้น พวกเขายังคงจะสร้างสรรค์และร่วมกันทำงานต่อเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เยาวชนคือหนึ่งกำลังหลักของแต่ละชาติที่จะเป็นกลุ่มบุคคลในการผลักดันโลกไปในทิศทางที่งดงาม จากฐานคิดการพัฒนาระดับย่อยจนถึงการคิดถึงการเชื่อมโยงระดับภูมิภาคนับเป็นการก้าวย่างที่สวยงามที่จะสามารถต่อรองกับประเทศพัฒนาที่พวกเราอยู่ร่วมโลกใบเดียวกัน